pique & peanut butter ( apr. 2021 )

เจอนั่นเจอนี่ – เจอบันทึก เมื่อปีที่แล้ว

ปลายฤดูร้อนเดือนเมษายน ปี 2021
แต่ทว่าฝนกลับตกหนักทุกวัน
ทั้งฝนข้างในใจ

และข้างนอกนั่น


ยากจะลืม
ครบ 1 เดือนแล้วที่ลาออกจากงานประจำแล้วเริ่มทำร้านเป็นของตัวเองอย่างจริงจัง — อันที่จริง เดือนกว่าด้วยซ้ำ เพราะต้องออกจากงานก่อนกำหนด ด้วยภาวะซึมเศร้า

ความเศร้าที่ซึมเกินกว่าจะถอดถอนด้วยตัวเอง ;
ทำให้ต้องกินยา หาหมอ และปรับสมดุลชีวิต

การได้นั่งลงทบทวน และตัดสินใจก้าวเดินอีกครั้งด้วยความจริงใจต่อตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับคนขี้กลัวอย่างเรา มองเผินๆ อาจจะดูเป็นพวก perfectionism จริงจังทุ่มเท แต่แท้ที่จริง เราเป็นแค่มนุษย์ขี้กลัวคนนึง ที่บรรจุความรู้สึกไม่มั่นคงเอาไว้แน่นเอียด ความสั่นไหว คลอนแคลนอยู่เต็มอกนั้น เพราะกลัวที่จะล้มเหลว

มีหลายเหตุผล ที่จะกลัว
เคยคิดว่าเรานี่มันไม่ได้เรื่องที่ขี้กลัวขนาดนี้
แต่จริงๆแล้ว มีใครบ้างที่ไม่กลัว เรามีสิทธิ์กลัว

และความกลัวทำให้รู้ว่า เราไม่อาจมีชีวิตโดยลำพัง
ความกลัวนี่แหละที่ทำให้เรารู้ว่า ถ้าหากชีวิตนี้จะต้องตาย
ก็กลัวจะไม่ได้ทำสิ่งที่รัก ก่อนวันที่จะสายไป

ที่บอกว่ายากจะลืม …
เพราะตอนนี้พวกเรารับรู้ได้ว่า
โลกใบนี้ มันน่าเศร้าและน่าหดหู่มากแค่ไหน
ผู้คนล้มตาย ผู้คนแหลกสลาย ความสูญเสียที่ถาโถมเข้าใส่
ความผิดหวังที่ครอบงำซ้ำๆ และดูเหมือนจะมืดสนิท

คนตัวเล็กๆ ได้แต่ปลอบใจกันไปมา
แล้วหวังว่าสักวัน มันจะดีขึ้น
เหมือนที่เคยเป็นมา


ต้องนานสักเท่าใด
อีกนานเท่าใด

เราหดหู่เหลือเกิน
แล้วเวลาก็ไหลไปเหมือนสายน้ำ
สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้นอกจากเคืองโกรธคือ
ลงมือทำอะไรสักอย่าง —

ช่วงเวลาที่เราเหนื่อยล้า
เราได้รับกำลังใจ

ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
เมฆฝนเคลื่อนตัวออกไป

เราเลือกผ้าผืนใหม่ที่ได้มา มันชื่อว่าปิเก้
ปิเก้สีเบจ — ทำให้นึกถึงเนยถั่วที่ชอบกินทุกเช้า

แล้วความเศร้า ก็ถูกถ่ายเทออกไป
ผ่านฝีเข็ม ผ่านเส้นด้าย
ผ่านวันเวลา ; เพียงแต่ เราจะไม่ยอมให้มันสูญเปล่า

มันกลายเป็นสิ่งเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำ หม่นหมอง
เป็นบทสนากับตัวเองว่า
พรุ่งนี้เราจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

เรายังมีขนมปังเนยถั่วบนผ้าปิเก้ที่รอเราอยู่


บันทึกนี้ ถูกบันทึกเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว
เวลาผ่านไป จนเรากลายเป็นคนใหม่แล้ว

หากไม่ได้กลับไปอ่านบันทึก
ก็คงไม่ได้รู้ว่าตัวเองเคยเศร้ามากแค่ไหน

และถ้าไม่ได้อ่านบันทึก
ก็คงไม่ได้รู้ว่า ตัวเอง ออกมาจากความเศร้านั้นได้อย่างไร

ตัดสินใจเอาบันทึกมาเขียนอีกครั้ง
เพื่อย้ำเตือนตัวเอง
ว่าถ้าหากว่าเศร้าอีกครั้ง จะต้องทำอย่างไร เพื่อให้ตัวเองได้กลับมาหายใจและเดินต่อไป

เพื่อบอกตัวเองว่า
วันเหล่านั้น วันจะผ่านไป
🙂

Published by panpanmeme

minimal portrait embroidery & Sleep Blogger

Leave a comment

Design a site like this with WordPress.com
Get started